การจัด Event Marketing เป็นหนึ่งในกลยุทธ์อันทรงพลังที่ช่วยให้แบรนด์ได้ใกล้ชิดกับลูกค้าและได้สร้างประสบการณ์ร่วมกัน ทั้งยังช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างรวดเร็ว หลายคนอาจสงสัยว่า Event Marketing คืออะไร คำตอบคือ “มีพื้นที่หรือกิจกรรมที่เสริมสร้างประสบการณ์จริง” ขึ้นมาเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ปฏิสัมพันธ์กับสินค้าและบริการโดยตรง
หากไม่มีการวางแผนที่ดี งบประมาณในการจัดงานก็จะบานปลาย แถมยังอาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเท่าที่ควร วันนี้ Gorilla Event จึงรวบรวม 5 ข้อผิดพลาดสำคัญที่มักทำให้แบรนด์เสียเงินฟรี พร้อมแนวทางแก้ไขมาบอกต่อกัน!
1. จัดงานโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน
ข้อผิดพลาด อันดับหนึ่งของการจัด Event Marketing คือการทุ่มงบจัดงานเพราะเห็นคู่แข่งทำ หรือแค่อยากให้มีคนมาร่วมงานเยอะๆ โดยไม่ได้กำหนดให้ชัดเจนว่าต้องการอะไรกันแน่ ระหว่าง สร้างการรับรู้แบรนด์ , เปิดตัวสินค้าใหม่ , หรือกระตุ้นยอดขายทันที
วิธีแก้ไขให้ตรงจุดก็คือ จำเป็นอย่างมากที่ต้องมีการตั้งเป้าหมายหลัก อาจจะสัก 1-2 ข้อให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มร่างโครงสร้างโครงการ และกำหนดตัวชี้วัดให้วัดผลได้จริง เช่น จำนวนผู้มาร่วมงาน, ยอดขายภายในงาน, หรือจำนวนการกล่าวถึงบน Social Media
2. กลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเจน หว่านแหจัดงานให้ทุกคน
Marketing Event ที่พยายามดึงดูดทุกคนให้มาร่วมงาน มักจะกลายเป็น ไม่มีใครสนใจเลย เมื่อเนื้อหากิจกรรม สินค้า หรือสถานที่จัดงานไม่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง งบประมาณการตลาดจะถูกใช้ไปกับผู้เข้าร่วมงานที่ไม่ใช่ลูกค้าตัวจริง
วิธีแก้ไข คือ วิเคราะห์ให้ละเอียดก่อนเริ่มวางแผนงาน Marketing Event ทุกครั้ง ศึกษาพฤติกรรม ความสนใจ และปัญหาของพวกเขา แล้วออกแบบรูปแบบงาน สถานที่ และของรางวัลให้สอดคล้องกับกลุ่มคนเหล่านี้โดยเฉพาะ
3. เน้นความอลังการของ Production แต่ไม่เน้นประสบการณ์ของผู้ร่วมงาน
มี Event Marketing ตัวอย่างหลายแบรนด์ที่ทุ่มงบไปกับเวทีใหญ่อลังการ การตกแต่งสถานที่หรูหรา หรือจ้างดาราแถวหน้ามาร่วมงาน แต่กลับปล่อยให้เนื้อหากิจกรรมภายในงานน่าเบื่อ ไม่มีปฏิสัมพันธ์ หรือปล่อยให้ผู้ร่วมงานต้องยืนรอนานอย่างไร้จุดหมาย
วิธีแก้ไข คือ ลดสัดส่วนงบโครงสร้างที่ไม่จำเป็น แล้วนำมาลงทุนกับการสร้าง ประสบการณ์ที่น่าจดจำให้ผู้เข้าร่วมแทน เช่น กิจกรรม Workshop สนุกๆ, จุดถ่ายรูปที่สะท้อนตัวตนแบรนด์ หรือเทคโนโลยี Interactive ที่ทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกมีส่วนร่วมและอยากหยิบมือถือขึ้นมาแชร์
4. ขาดการโปรโมตแบบครบวงจร
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่างาน Event Marketing จะดังได้ด้วยตัวมันเอง หลายแบรนด์อัดงบไปวันจัดงานวันเดียว แต่กลับโปรโมตก่อนงานน้อยเกินไป หรือพอจบงานแล้วก็ปล่อยร้าง ไม่ต่อยอดกระแสบนโลกออนไลน์
วิธีแก้ไข คือ วางแผนการสื่อสารแบบ 360 องศา แบ่งเป็น ช่วงก่อนงาน เพื่อสร้างความตื่นเต้น กระตุ้นการลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ ต่อมาคือช่วงระหว่างงาน เน้นทำ Live Streaming, กระตุ้นให้คนเช็คอิน หรือทำ Real-time Content ใน Event Marketing และสุดท้าย ช่วงหลังงาน สรุปไฮไลต์ แจกของรางวัลย้อนหลัง และนำคอนเทนต์จากงานมาขยายผลต่อ
5. ละเลยการวัดผล และไม่เก็บฐานข้อมูล
การจัด Event Marketing แม้จบลงแล้วแต่แบรนด์ไม่รู้เลยว่าคุ้มทุนหรือไม่ ได้ลูกค้าใหม่เพิ่มมากี่คน และไม่เก็บข้อมูลผู้เข้าร่วมงานไว้ต่อยอด ถือเป็นการเสียโอกาสทองในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว
วิธีแก้ไข คือ การดึงเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเก็บ Data ตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียน เช่น การสแกน QR Code เพื่อรับสิทธิประโยชน์ และหลังจบงานต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุน พร้อมทั้งศึกษา Event Marketing ตัวอย่าง จากแบรนด์ชั้นนำที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาปรับปรุงข้อบกพร่องในงานถัดไป
สรุป
การทำ Event Marketing ให้คุ้มค่าและไม่เสียเงินฟรีนั้น แบรนด์ควรเริ่มต้นด้วยการกำหนดเป้าหมายและวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ร่วมให้มากกว่าการทุ่มงบไปกับ Production อลังการเพียงอย่างเดียว ควบคู่ไปกับการวางแผนโปรโมตแบบครบวงจรทั้งก่อน ระหว่าง และหลังงาน อีกทั้งยังต้องเก็บฐานข้อมูลผู้เข้าร่วมงานเพื่อนำมาวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยให้ทุกการจัด Event Marketing สร้างความคุ้มค่าและต่อยอดธุรกิจได้ตามเป้าหมาย
และหากคุณกำลังมองหา คู่คิด เพื่อจัด Event Marketing ให้ออกมาคุ้มค่า ตรงใจ สร้างความประทับใจได้ตรงจุด Gorilla Event พร้อมให้คำปรึกษา และช่วยเนรมิตงาน Event Marketing ให้บรรลุจุดประสงค์และพนักงานพึงพอใจ พร้อมทีมงานครบ จบในทีมเดียว คลิ๊กเลย กอริลล่าอีเว้นท์ พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ของคุณแล้ว!
KNOWLEDGE BASE
FAQ
เหมาะกับเกือบทุกประเภทธุรกิจ ทั้ง B2C และ B2B โดยปรับรูปแบบให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายของสินค้า
วัดได้หลายทาง เช่น ต้นทุนต่อผู้ร่วมงานหนึ่งคน , ยอดขายหรือจำนวน Leads ที่เกิดขึ้นภายในงานหลังงาน 7 วัน, และมูลค่าความคุ้มค่าของการปรากฎบนบนโซเชียลมีเดีย
เน้นการจัดงานขนาดเล็กแต่เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย เช่น การจัดเวิร์กช็อปเฉพาะกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ หรือการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์แบรนด์อื่นเพื่อแชร์งบประมาณและฐานลูกค้าร่วมกัน